• OVERLAND
    spirit of the land

 

               ช่วงนี้มีข่าวอุบัติเหตุทางท้องถนนเยอะทีเดียวครับ ทั้งที่เกิดจากความประมาท ไม่ตั้งใจ และที่เกิดจากความฉุนเฉียวอย่างตั้งใจซึ่งจริงๆ แล้ว อุบัติเหตุต่างๆ มันมีมานานมากแล้วครับ ตั้งแต่ที่เริ่มมีรถยนต์นั่นแหละ แต่ยุคนี้ ที่มีเพิ่มเติมขึ้นมา ก็คือ “กล้องติดรถยนต์” ครับ ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นหลักฐานการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้เราได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

แต่ถ้าจะแนะนำให้ไปซื้อกล้องมาติดรถยนต์ ก็จะหาว่ามีแต่จะพาไปเสียเงินกันอีก วันนี้มีแอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน ที่จะมาเปลี่ยนมือถือของคุณ ให้เป็นกล้องติดรถยนต์สุดล้ำ เผลอๆ คุณภาพ และฟีเจอร์ของการบันทึกภาพจะเยอะกว่ากล้องติดรถยนต์จริงๆ ด้วยซ้ำ เพราะเชื่อว่าท่านที่กำลังดูเว็บ OVERLAND อยู่นี้ น่าจะมีสมาร์ทโฟนกันทุกคนงั้นเรามาทำความรู้จักแอพที่ว่านี้กันเลยครับ

AutoBoy Dash Cam – BlackBox

cats 625x549

AutoBoy Dash Cam – BlackBox เป็นแอพพลิเคชั่นกล้องติดรถยนต์ที่ได้รับคำชมมากมายจากผู้ใช้ทั่วโลก และที่สำคัญแอพนี้เป็นแอพฟรีด้วยครับ ไม่ต้องเสียเงินซื้อ สามารถโหลดมาใช้ได้เลยสำหรับมือถือ Android เพียงพิมพ์ชื่อแอพลงไปในช่องค้นหา Google Play Store จากนั้นก็ทำงานดาวน์โหลด และติดตั้งให้เรียบร้อย

แอพนี้มันดียังไง?

เชื่อว่าบางท่านอาจคิดว่า แค่เราเปิดกล้องบนโทรศัพท์ แล้วก็หาที่จับโทรศัพท์ ติดไว้ที่กระจกหน้ารถ เท่านี้เราก็ได้กล้องติดรถยนต์แล้ว

ถูกครับ มันก็ใช้ถ่ายคลิปเวลาขับรถได้เหมือนกัน แต่ด้วยแอพนี้จะทำให้การถ่ายคลิปของคุณ สมบูรณ์แบบ และเหมาะกับการเป็นกล้องในรถยนต์มากขึ้น

เพราะว่าแอพ AutoBoy Dash Cam – BlackBox มีฟีเจอร์พิเศษสำหรับการขับรถ ที่เหนือกว่าแค่กล้องถ่ายภาพทั่วไปมากครับ ดังนี้เลยครับ

– ลบคลิปที่เก่าที่สุดอัตโนมัติ (ที่บันทึกด้วยแอพนี้เท่านั้น) เพื่อสร้างพื้นที่ว่างสำหรับบันทึกคลิปล่าสุด ในกรณีที่หน่วยความจำเต็ม (ฟีเจอร์เหมือนกับกล้องติดรถยนต์เลย)

– ถ่ายภาพ พร้อมวีดีโอได้พร้อมๆ กัน

– บันทึกพิกัด สถานที่ เวลา และที่อยู่ลงไปในคลิปได้

– ตั้งค่าหน่วยความจำที่ใช้ได้ว่าจะใช้เท่าไหร่ เช่น ตั้งไว้ว่าจะใช้ความจำในเครื่องสำหรับแอพนี้แค่ 2GB เท่านั้น ระบบจะไม่บันทึกคลิปไปเกินกว่าที่ตั้งไว้

– เลือกพื้นที่บันทึกได้ทั้งหน่วยความจำโทรศัพท์ หรือหน่วยความนอก (microSD Card)

– แบ็คอัพคลิปวีดีโอใน YouTube ได้เอง หรืออัตโนมัติ (คุณต้องสมัครแอคเคาท์เอาไว้)

นี้เป็นเพียงฟีเจอร์บางส่วนของแอพนี้เท่านั้นนะครับ ใครอยากลองโหลดไปเล่นก็สามารถไปโหลดได้เลย ไม่เสียเงิน เหมาะมากกับคนที่อยากได้กล้องติดรถยนต์ดีๆ แต่ไม่อยากเสียเงิน ก็เอามือถือที่เราใช้อยู่นี่แหละครับ มาลงแอพ แล้วติดไว้หน้ารถเลย เท่านี้คุณก็มีกล้องติดรถใช้เก็บภาพเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้วครับ แจ๋วจริงแอพนี้

>> Download – AutoBoy Dash Cam – BlackBox <<

ฮิต: 2724

Accidents

1. การแจ้งเกิดอุบัติเหตุ

• กรณีเกิดอุบัติเหตุให้แจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุของบริษัทประกันภัยทันทีที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ ตลอด 24 ชั่วโมง
• ข้อมูลที่ควรเตรียมไว้แจ้งอุบัติเหตุ ได้แก่ ชื่อผู้ขับขี่ ทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น สี โทรศัพท์ติดต่อ ลักษณะการเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุและจุดสังเกต (กรณีมีการเคลื่อนย้ายรถหรือสถานที่นัดหมายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที)
• ควรสอบถามชื่อผู้รับแจ้งอุบัติเหตุ และชื่อเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุ

2. ณ จุดเกิดอุบัติเหตุ

• ห้ามแยกรถออกจากกันโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขีดเส้น หรือจนกว่าเจ้าหน้าที่บริษัทจะไปถึงที่เกิดเหตุ
• ห้ามตกลงค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น และอย่ายอมรับผิด หากไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดผิด ให้รอจนกว่าพนักงานจะไปถึงที่เกิดเหตุ
• หากคู่กรณีแสดงอาการพิรุธหรืออาจจะหนี ให้รีบจดรายละเอียดผู้ขับขี่รถคู่กรณี เช่น ชื่อ ที่อยู่ ที่ทำงาน โทรศัพท์ และรายละเอียดรถคู่กรณี เช่น ความเสียหาย ยี่ห้อ สี ทะเบียน ไว้ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานจะไปถึงที่เกิดเหตุ

• กรณีเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี ให้รีบจดรายละเอียดรถคู่กรณี เช่น ความเสียหาย ยี่ห้อ สี ทะเบียน ให้ละเอียดที่สุด แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
• กรณีเฉี่ยวชนหลายคัน หากรถคู่กรณีคันใดขอแยกย้ายไปก่อนให้จดรายละเอียดผู้ขับขี่ และรถคู่กรณีรวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์
• กรณีรถตกลงไปในน้ำ และไม่สะดวกในการติดต่อบริษัทประกันภัย ให้นำรถขึ้นจากน้ำโดยเร็วที่สุด และห้ามสตาร์ทเครื่องเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื่องมากขึ้น

 

 

6 กรณี ที่คุณอาจต้องเจอเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

1. กรณีเป็นฝ่ายถูก

• ควรให้คู่กรณียอมรับผิดโดยการลงชื่อในใบคำขอยอมรับผิดเสียก่อน แล้วจึงเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
• ควรจดทะเบียนรถคู่กรณี ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ของผู้ขับขี่ และเจ้าของรถยนต์ในกรณี ที่เจ้าของรถยนต์ไม่ได้เป็นผู้ขับขี่เอง
• ควรจดชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ของพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)
• แจ้งบริษัทประกันภัย เพื่อทำการสำรวจอุบัติเหตุและสภาพความเสียหาย
• หากเป็นการประกันประเภท 3 (คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อบุคคลภายนอก) บริษัทประกันภัย จะส่งเจ้าหน้าที่ไปสถานที่เกิดเหตุหรือสถานีตำรวจ (หากมีความจำเป็น)

2. กรณีเป็นฝ่ายผิด

• ให้เขียนชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ ให้แก่คู่กรณี
• เคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
• แจ้งบริษัทประกันภัย ทันทีเพื่อทำการสำรวจอุบัติเหตุและสภาพความเสียหาย

3. กรณีไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด

• แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ที่เกิดอุบัติเหตุ
• รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและทำเครื่องหมายบริเวณอุบัติเหตุ แล้วเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
• ไม่ควรลงชื่อในเอกสารใด ๆ กับคู่กรณี
• แจ้งบริษัทประกันภัย ทันทีเพื่อทำการสำรวจอุบัติเหตุ และสภาพความเสียหาย

4. กรณีรถทำประกันชั้น 1 ทั้ง 2 ฝ่าย

สัญญาสละสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกัน (Knock for Knock)
• ต้องเป็นการประกันภัยรถยนต์สี่ล้อประเภท 1 เท่านั้น (ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งหรือรถบรรทุก)
• ตรวจดูรายละเอียดใบเคลม (ใบเหลือง) ว่าตรงกับรถคู่กรณีหรือไม่ และหมดอายุหรือไม่
• กรณีตกลงกันได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด ให้ลงชื่อในเอกสาร โดยฝ่ายถูกลงชื่อที่ช่องฝ่ายถูก ฝ่ายผิดลงชื่อที่ช่องฝ่ายผิด จากนั้นแลกเปลี่ยนเอกสาร และเคลื่อนย้ายรถ ไม่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
• กรณีตกลงกันไม่ได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำเครื่องหมาย แล้วเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุ หรือแจ้งบริษัทประกันภัย เพื่อทำการสำรวจอุบัติเหต ุและสภาพความเสียหาย
• ขอรับเอกสารใบเหลืองใหม่ได้จากบริษัทประกันภัย

5. กรณีมีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

คู่กรณีได้รับบาดเจ็บ

• ให้นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลโดยด่วน จากนั้นแจ้งบริษัททันที
• แสดงหลักฐานให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทราบว่ามีประกัน พ.ร.บ.
• อย่าตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัย
• แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีเรื่องถึงสถานีตำรวจ

คู่กรณีเสียชีวิต

• ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งบ.ประกันภัยทันที
• ท่านต้องรับผิดทางอาญา ส่วนทางแพ่งบริษัทประกันภัย จะเข้าร่วมเจรจาและให้คำปรึกษา
• พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าเสียหายตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
• ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยในการตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี

6. กรณีถูกชนแล้วคู่กรณีหนี

ให้จดจำทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น สี และแจ้งสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ

ข้อกฎหมายที่ควรทราบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

• กรณีที่ท่านเป็นฝ่ายผิดท่านต้องรับผิดทางอาญา ส่วนทางแพ่งบ.ประกันภัย จะรับผิดชอบค่าเสียหายตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
• หากท่านถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจ และได้ซื้อความคุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย เพื่อนำหลักทรัพย์มาขอประกันตัวตามวงเงิน ที่ได้ซื้อความคุ้มครอง
• พนักงานสอบสวนไม่มีสิทธิ์ควบคุมตัวท่านไว้ หากไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือตาย
• หากเกิดอุบัติเหตุแล้วหลบหนี ตามกฎหมายจะสันนิษฐานว่าท่านเป็นฝ่ายผิด

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  auto.sanook.com

ฮิต: 10937

elephent

 

1. หยุดรถให้ห่างจากช้างอย่างน้อย 30 เมตร หากช้างเดินเข้าหา ให้เคลื่อนรถหนีด้วยการถอยหลังอย่างมีสติ รอจนกว่าช้างจะหลบจากถนน จึงเคลื่อนรถผ่านไป

2. อย่าใช้แตรรถ หรือส่งเสียงดังรบกวนช้างหรือไล่ช้าง เพราะอาจทำให้ช้างโกรธ และตรงเข้ามาหาเราได้ เนื่องจากช้างป่า ประสาทหูจะดีมาก เสียงแตรแหลมๆจะทำให้ช้างตกใจและโกรธ

3. งดการใช้แฟลชถ่ายรูป เพราะอาจทำให้ช้างตกใจ ตรงเข้ามาทำร้ายได้ และทำให้ช้างเกิดการสนใจ เดินเข้ามาหา ช้างตกใจแล้ว ตกใจเลย หายยาก

4. ให้ติดเครื่องรถยนต์ไว้เสมอ เพื่อให้สามารถเคลื่อนรถหนีได้ทันท่วงที และเสียงเครื่องยนต์รถที่ติดเครื่องดังทุ้มๆ จะไม่ทำให้ช้างนั้นตกใจ ไม่เครียด และคุ้นเคย เพราะได้ยินเสียงและรู้ว่านี่คือรถยนต์ เรารู้จักแล้ว ไม่สน กินดีกว่า 55555

5. หากพบช้างในเวลากลางคืน ให้เปิดไฟรถไว้เสมอ เพื่อให้สามารถสังเกตอาการของช้างและระยะห่างระหว่างรถกับช้างได้โดยสะดวก ห้ามเปิดกระพริบ เพราะแสงจะเข้าตา และดึงดูดให้ช้างเกิดความสนใจ เดินเข้ามาหา

6.ประสาทสัมผัสของช้างที่ดีที่สุดคือ หู จมูก และตา ถ้าดับเครื่องยนต์ ช้างจะเข้าใกล้เพื่อใช้ประสาทสัมผัสอย่างอื่น นั่นคือการดม ดู และสัมผัส ซึ่งนั่นหมายถึง ช้างเข้ามาหาคุณแย้ววววว เค้าแค่แตะๆ แต่ด้วยกำลังมหาศาล รถคุณก็บาดเจ็บได้

7. เมื่อตกอยู่ในวงล้อมของช้าง ตั้งสติให้มั่น หากเป็นเวลากลางคืน ให้ใช้ไฟต่ำ และอย่าเปิดกระพริบ แล้วเลือกเคลื่อนรถไปในทางที่มีช้างอยู่น้อย แม้บางครั้งจำเป็นต้องเข้าใกล้หรือเบียดโขลงช้างไปก็ตาม อย่าดับเครื่องยนต์ และปิดไฟรถเป็นอันขาด ค่อยๆเคลื่อนรถ ให้เสียงเครื่องยนต์นิ่งมากที่สุด

8. ไม่ควรจอดรถดูช้าง เพราะอาจมีรถคันอื่นตามมา แล้วรถของคุณกีดขวางรถผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ถูกทำร้ายแทนรถของคุณได้ คนตามหลังซวยเลยครับ

9. สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งเมื่อรถจอดเรียงกันบนถนน ความสามัคคีจะต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าคันที่อยู่ใกล้ช้างหรืออยู่ไกลช้างก็ล้วนเป็นผู้ประสบเหตุทั้งสิ้น ดังนั้นหากรถคันหน้าเปิดไปถอยรถ คันข้างหลังถัดไปก็กรุณาถอยรถอย่างมีสติด้วยนะครับ โดนด้วยกันรอดก็ต้องรอดด้วยกัน

10. ไม่ควรจอดรถแล้วลงไปถ่ายรูปช้างในระยะใกล้ เพราะอาจทำให้คุณวิ่งหนีขึ้นรถไม่ทัน ควรระลึกอยู่เสมอๆว่า โดยทั่วไปช้างมักจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัวหรือฝูง ขณะที่คุณเจอช้างเพียงตัวเดียว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีช้างตัวอื่นๆ อยู่ในบริเวณนั้น ฝูงช้างอาจจะกระจายกันหากินอยู่ในบริเวณป่าข้างๆทางนั้นก็เป็นได้ และวินาทีที่เค้าจะเข้ามาหานั้น เร็วมาก

      วิธีสังเกตุอารมณ์ของช้างอย่างง่าย ๆ

          - เมื่ออารมณ์ดี หูจะสะบัดไปมา หางจะแกว่งและใช้งวงสะบัดไปมา หรือเกี่ยวดึงต้นไม้กิน ไม่ค่อยสนใจเรา

           - เมื่ออารมณ์ไม่ดี หูจะตั้งกาง ไม่สะบัดหาง หางชี้ งวงจะนิ่งแข็ง แตะอยู่ที่พื้น หรือใช้งวงตีพื้น และอยู่นิ่งจ้องมองมาทางเรา...

                     ปกติช้างจะวิ่งไล่ผู้รบกวนเป็นระยะทางสั้น ๆ เพียง 2 – 3 ครั้ง หากวิ่งตามผู้รบกวนไม่ทันก็จะเลิกวิ่งไล่ไปเอง ช้างเมื่ออารมณ์ดี สังเกตจากการแกว่งหู และสะบัดหางไปมา จะไม่ทำร้ายแม้รถจะวิ่งเข้ามาใกล้ก็ตามแต่หากช้างโกรธ หรือไม่ไว้ใจสิ่งใด เช่น ช้างแม่ลูกอ่อน อาจตรงเข้าทำร้ายผู้รบกวนได้ในระยะไกล จึงพึงสังเกตอารมณ์ และอาการของช้างไว้ประกอบการตัดสินใจด้วยครับ

                    ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อเกิดเหตุที่รถติดเป็นจำนวนมาก หรือช้างเกิดความเครียด จากการสังเกตุตามข้อแนะนำข้างต้น ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ จะมาทำการอารักขา ขอย้ำครับว่า”อารักขาช้างป่า” ไม่ใช่ไล่ช้าง

ฮิต: 1190

maxresdefault

           สัญญาณไซเรนเป็นเครื่องหมายบ่งบอกความผิดปกติ และเหตุฉุกเฉิน มีความรีบร้อนต้องการปฏิบัติหน้าที่ให้เสร็จสิ้น เช่น รถดับเพลิงต้องไปถึงที่เกิดเหตุไฟใหม้ให้ทันท่วงที การส่งผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลให้ทันเวลา
การที่รถจะใช้สัญญาณไซเรนและไฟวับวาบได้นั้นจะต้องได้รับการอนุญาตและจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น รถที่ใช้ในราชการตำรวจ ทหาร รถพยาบาล หรือรถของข้าราชการอื่นๆ

ไฟสัญญาณไซเรนที่พบกันบ่อยมี 4 แบบ

- แสงสีแดง : เป็นรถที่ใช้ในราชการทหารหรือตำรวจ รถดับเพลิงและรถในราชการอื่นๆ ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นสมควรพิเศษเฉพาะราย
- แสงสีแดงและน้ำเงิน : รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข
- แสงสีน้ำเงิน : รถพยาบาลประเภทอื่นนอกจากรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข
- แสงสีเหลือง : สำหรับรถอื่นๆ ที่ได้รับการอนุญาตเท่านั้น

           ผู้ที่ใช้รถบนท้องถนนหากได้ยินเสียงหรือเห็นไฟสัญญาณไซเรนแล้ว ให้ผู้ขับขี่หลบหลีกให้ทางสะดวกแก่รถเหล่านั้นด้วย เพราะอยากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตาย และหากขวางอาจเกิดการเฉี่ยวชนกับรถเราได้

           นอกจากนนี้ยังต้องสังเกตผู้ใช้รถที่เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน (Hazard) ของรถเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินต่างๆ เช่นมีอุบัติเหตุข้างหน้า รถตามหลังมาอาจจะมองไม่เห็น หรือเหตุกระทันหันที่ต้องแจ้งให้คันอื่นทราบ หรือเป็นการขอความช่วยเหลือครับ

ฮิต: 683

h33

          สำหรับเมืองไทยนั้นรถกระบะเรียกได้ว่าเป็นรถยนต์อีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยหลายด้านไม่ว่าจะเป็น ราคา (ในยุคแรกที่เริ่มได้รับความนิยมแทนรถยนต์นั่ง) ความอเนกประสงค์ ความประหยัดและความทนทาน ไม่ว่ากระแสความนิยมจะเปลี่ยนไปอย่างไรรถกระบะก็ยังคงเป็นขวัญใจชาวไทยมาตลอด

           แต่ถึงรถกระบะจะมีความทนทานอย่างไรก็ตามหากขาดการดูแลรักษาที่ถูกต้องก็อาจทำให้มันมีสภาพและอายุการใช้งานที่สั้นกว่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะในยุคนี้ที่รถกระบะไม่ได้มีราคาถูกอีกต่อไป จึงไม่แปลกหากเจ้าของจะอยากทะนุถนอมมันมากเป็นพิเศษซึ่งเคล็ดลับนั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิด

เราลองมาดูวิธีที่จะทำให้รถกระบะคันเก่งยังคงสภาพดีเหมือนใหม่และอยู่กับเราไปได้นานขึ้นกันเลย

 

อย่าลืมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะที่กำหนด (หลายคนไม่ลืมแต่อาจละเลย)

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องตามระยะทางหรือเวลาที่ผู้ผลิตรถยนต์แต่ละรายกำหนดไว้ในคู่มือการใช้งานประจำรถแต่ละรุ่น เป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญมากเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้อยู่คู่กับรถของเราได้อย่างยาวนาน

โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับว่าอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและประเภทของน้ำมันเครื่องตามที่ผู้ผลิตกำหนดสำหรับรถแต่ละรุ่น หากใครที่ไม่ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องโดยตัวแทนศูนย์บริการควรศึกษาและใช้มาตรฐานของน้ำมันเครื่องให้ตรงตามที่กำหนดในคู่มือหรือสอบถามจากผู้ผลิตรถยนต์ได้โดยตรง

1

สลับยางตามระยะ

เพราะการหมุนของยางนั้นสำคัญมากซึ่งเรามักให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดเป็นอย่างแรกซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การสลับยางนั้นจะทำให้ยางสึกหรออย่างสม่ำเสมอเพราะโดยทั่วไปนั้นล้อหน้าจะมีการสึกหรอที่มากกว่า (ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและการขับขี่ด้วย)

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าการสลับยางตามที่คู่มือประจำรถกำหนดจะไม่ได้ช่วยยืดอายุการใช้งานให้มากขึ้น แต่ทำให้รถมีการขับขี่ราบเรียบมากกว่า อีกทั้งยังช่วยลดภาระการทำงานของระบบกันสะเทือนที่เกิดจากการสั่นของยางด้วย

2

รักษาโครงสร้างยางเพื่อรักษาความสมดุลของการหมุน

ขณะที่ล้อรถหมุนนั้นควรที่จะต้องมีความสมดุล เพราะยางที่สมดุลจะทำให้มีการกระจายน้ำหนักบนเพลา 2 ด้านนั้นเท่ากัน ทั้งนี้สภาพเส้นทางที่เป็นหลุมและบ่อ หรือการใช้งานแบบออฟโรดจะยิ่งทำให้ยางรถยนต์ขาดความสมดุลยิ่งขึ้น

การที่ยางรถยนต์สูญเสียความสมดุลนั้นจะทำให้เกิดการสั่นขณะขับขี่บนถนน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ระบบกันสะเทือนมีอายุการใช้งานที่สั้นลง รวมถึงจะต้องเปลี่ยนยางใหม่เร็วขึ้นหากมีโครงสร้างยางเสียหาย

การตั้งศูนย์ถ่วงล้อ

การขับขี่บนเส้นทางขรุขระอย่างรุนแรงด้วยความเร็วสูงนั้นเสี่ยงที่จะทำให้ศูนย์ล้อผิดเพี้ยนไปจากเดิมซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยางเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปแล้วจะทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นและมีการบังคับควบคุมที่แย่ลง

การตั้งศูนย์ล้อให้ถูกต้องจะช่วยยืดอายุของระบบกันสะเทือนได้อีกวิธีหนึ่งด้วย นอกจากนี้ขณะขับขี่หากรถมีอาการกินซ้ายหรือขวาอาจเกิดได้จากลมยางที่ไม่เท่ากันหรือการบรรทุกที่เทลงบนด้านใดด้านหนึ่ง

เพราะฉะนั้นควรตรวจเช็กลมยางให้มีแรงดันถูกต้องตามที่ผู้ผลิตกำหนดอย่างสม่ำเสมอ (กรณีที่ใช้ยางขนาดเดิมจากโรงงาน) และควรบรรทุกของอย่างระมัดระวังรวมถึงเฉลี่ยน้ำหนักให้เหมาะสม

ตรวจสอบระบบไฟ

อย่างน้อยเดือนละครั้งเราควรสละเวลาเพื่อตรวจเช็กรถเป็นประจำ หากพบความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยก็ควรจะรีบดำเนินการทำการแก้ไขก่อนที่ปัญหาจะลุกลามมากกว่าเดิม

ตัวอย่างเช่น ตรวจเช็กระบบไฟส่องสว่างทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารว่ายังทำงานหรือสว่างตามปกติหรือไม่ แสงไฟที่สว่างน้อยกว่าที่ควรจะเป็นอาจกำลังแสดงถึงความผิดปกติของระบบไฟฟ้ารวมถึงหากมีรอยไหม้เกิดขึ้นควรรีบตรวจสอบแก้ไขเพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ควรพกฟิวส์ไว้เป็นอะไหล่สำรองในยามฉุกเฉิน

3

ตรวจสอบของเหลวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

การเช็กระดับของเหลวให้อยู่ในปริมาณที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่ควรทำ อย่างแรกคือการเช็กระดับน้ำมันเครื่องโดยทั่วไปสามารถวัดหลังจากที่ดับเครื่องยนต์ (อุณหภูมิเครื่องยนต์ปกติ) 1-5 นาที (หรือตามที่คู่มือประจำรถระบุ)

ถัดมาก็คือระดับน้ำหล่อเย็นสำหรับเครื่องยนต์เพื่อป้องกันการโอเวอร์ฮีทของเครื่องยนต์ ในกรณีที่ระดับน้ำลดลงมากจนผิดปกติซึ่งอาจเกิดจากการรั่วซึม ถ้าหากจำเป็นต้องมีการเติมน้ำยาหล่อเย็นหรือคูลแลนท์ (Coolant) ควรใช้ให้ตรงตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ในคู่มือประจำรถ และสุดท้ายระดับน้ำล้างกระจกควรอยู่ในระดับที่เหมาะสมเช่นกัน

เครื่องยนต์ต้องการอากาศที่สะอาด

อากาศที่สะอาดคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับเครื่องยนต์ นั่นเป็นสาเหตุที่ต้องมีไส้กรองอากาศเพื่อกรองฝุ่นละอองไม่ให้เข้าไปสู่ห้องเผาไหม้ในเครื่องยนต์ ซึ่งไส้กรองอากาศนี้อาจเกิดการอุดตันได้ โดยปกติแล้วไส้กรองอากาศมักจะมีอายุการใช้งาน 20,000-40,000 กิโลเมตร (อาจแตกต่างกันไปตามผู้ผลิตแต่ละรายและรถแต่ละรุ่น)

หรืออาจมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเร็วกว่านั้นหากใช้งานในพื้นที่ที่มีฝุ่นมากเป็นพิเศษ ซึ่งไส้กรองอากาศที่สะอาดนั้นไม่เพียงแต่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ แต่ยังมีผลต่ออัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองที่ดีด้วย

บำรุงรักษาตามลักษณะการใช้งาน

สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับการดูแลรักษารถกระบะแสนรักของเราในระยะยาวคือต้องเข้าใจว่าลักษณะการใช้งานนั้นเป็นอย่างไร เช่น ต้องบรรทุกของหนักอยู่ตลอดเวลา, วิ่งบนเส้นทางทุรกันดารเป็นประจำ, ใช้งานในเมือง หรือแม้แต่รถที่จอดทิ้งไว้ไม่ค่อยได้ใช้ก็ตาม

ทั้งนี้เพื่อการดูแลบำรุงรักษาและตรวจเช็กให้เหมาะสมตามลักษณะการใช้งาน (รวมถึงที่ไม่ได้ใช้ด้วยเช่นกัน) ซึ่งอาจแตกต่างกันไปเพราะการใช้งานบางประเภทนั้นต้องการบำรุงรักษามากเป็นพิเศษ เช่น การใช้งานรถในการจราจรที่ติดขัดมาก ๆ หรือทางที่มีฝุ่นเป็นประจำ ซึ่งแน่นอนว่ารถไม่สามารถ บอกกับช่างได้ด้วยตัวเองผู้ใช้งานจึงต้องเป็นผู้ที่แจ้งให้ทราบถึงลักษณะการใช้งานเมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้ารับการตรวจเช็กตามกำหนด

อย่าลืมตรวจเช็กตามกำหนด

ถ้ามีบางสิ่งที่สามารถช่วยให้รถกระบะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานได้มากที่สุดนั่นคือการอาศัยช่างที่ชำนาญไม่ว่าจะเป็นตัวแทนศูนย์บริการหรืออู่ทั่วไป ซึ่งช่างที่มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในการดูแลรักษารถกระบะของเราได้โดยตรง

เปรียบเสมือนหมอประจำตัวที่จะสามารถช่วยแนะนำ ตรวจสอบ และวิเคราะห์ ลักษณะอาการทั้งก่อนหรือหลังเกิดความผิดปกติขึ้นกับรถคันเก่งของเราได้ เช่น อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ระยะการเปลี่ยนผ้าเบรก รวมถึงการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ก่อนที่จะเกิดปัญหาลุกลาม ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและทำให้รถกระบะของเรานั้นมีอายุการใช้งานในสภาพที่สมบูรณ์ได้นานยิ่งขึ้น

5

คู่มือประจำรถคือสิ่งสำคัญ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการดูแลรักษารถกระบะคู่ใจของเราให้สามารถใช้งานได้ดีนั้นถูกแนะนำไว้ในคู่มือประจำรถตั้งแต่ออกมาจากโรงงานแล้ว ตั้งแต่การทำความสะอาด มาตรฐานน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันพาวเวอร์ และของเหลวอื่น ๆ ที่เหมาะสม รวมถึงระยะเวลาการบำรุงรักษา

ในคู่มือประจำรถแต่ละคันนั้นจะมีข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์ที่หลายคนมองข้ามจนบางครั้งอาจทำให้เกิดการใช้งานและดูแลรักษาอย่างผิดวิธี ซึ่งล้วนแต่ส่งผลให้รถกระบะคันเก่งของเรานั้นโทรมเร็วกว่าที่ควรจะเป็นอีกด้วย

การดูแลรักษารถกระบะคู่ใจไม่ใช่เรื่องยากหากผู้เป็นเจ้าของให้ความใส่ใจและอย่าลืมอ่านคู่มือประจำรถของตัวเอง

 

 

ขอขอบคุณบทความจาก car.kapook

ฮิต: 1047